Browse By

Tag Archives: สโมสร

เดโก้ลดความตึงเครียด’บาร์ซ่า-สเปน’กรณี ยามาล

เดโก้ ผู้อำนวยการกีฬาของสโมสรบาร์เซโลน่า ออกมาเคลื่อนไหวเพื่อบรรเทาความตึงเครียดหลังเกิดประเด็นร้อนเกี่ยวกับ ลามีน ยามาล ปีกดาวรุ่งวัยเพียง 17 ปี ที่กำลังตกเป็นจุดศูนย์กลางของข้อถกเถียงว่าควรได้รับการดูแลในลักษณะใดระหว่างผลประโยชน์ของทีมชาติสเปนกับสโมสรต้นสังกัดอย่างบาร์เซโลน่า ซึ่งเป็นหนึ่งในเรื่องละเอียดอ่อนที่สุดของวงการฟุตบอลสเปนในรอบหลายปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อยามาลได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของความหวังใหม่ของวงการลูกหนังทั้งในระดับประเทศและระดับสโมสร เดโก้ได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อท้องถิ่นในแคว้นกาตาลุนญ่าว่า “ผมเข้าใจดีว่าสมาคมฟุตบอลสเปนต้องการสิ่งที่ดีที่สุดให้กับทีมชาติ เช่นเดียวกับที่เราต้องการสิ่งที่ดีที่สุดให้กับนักเตะของเราเช่นกัน สิ่งสำคัญคือเราต้องพูดกันด้วยเหตุผล ไม่ใช่ด้วยอารมณ์” คำกล่าวนี้มีน้ำเสียงที่ตั้งใจลดความตึงเครียดที่ก่อตัวขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากบาร์เซโลน่าแสดงความไม่พอใจเกี่ยวกับการที่ทีมชาติสเปนเรียกตัวลามีน ยามาลไปเล่นในเกมรอบคัดเลือกยูโร 2026 ทั้งที่นักเตะเพิ่งฟื้นจากอาการบาดเจ็บ และมีโปรแกรมสำคัญในศึกลา ลีกา รออยู่ สถานการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อบาร์เซโลน่าขอให้ทีมชาติสเปนพิจารณาเลื่อนการเรียกยามาลไปอีกหนึ่งโปรแกรม เพื่อให้ดาวรุ่งรายนี้ได้พักฟื้นอย่างเต็มที่ แต่สมาคมกลับยืนยันที่จะเรียกตัวตามปกติ โดยให้เหตุผลว่านักเตะผ่านการทดสอบความฟิตแล้วและไม่มีข้อจำกัดทางการแพทย์ในการลงเล่น ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับฝั่งบาร์เซโลน่าเป็นอย่างมาก เพราะสโมสรมองว่าการใช้งานนักเตะในวัยเพียง 17 ปีมากเกินไปอาจส่งผลกระทบต่อร่างกายในระยะยาว โดยเฉพาะเมื่อเจ้าตัวมีบทบาทสำคัญในทีมชุดใหญ่ภายใต้การคุมทีมของฮันซี่ ฟลิค บาร์เซโลน่าเคยมีประสบการณ์ในลักษณะนี้มาแล้วหลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็นกรณีของเปดรี, กาบี หรืออันซู ฟาติ ที่ต้องลงเล่นทั้งในระดับสโมสรและทีมชาติแบบต่อเนื่องจนมีอาการบาดเจ็บสะสม ซึ่งเดโก้ในฐานะผู้อำนวยการกีฬาก็รับรู้ดีถึงผลกระทบที่เกิดขึ้น เขาจึงพยายามส่งสัญญาณถึงสมาคมว่าควรมีการบริหารจัดการร่วมกันเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของนักเตะมากกว่าการแย่งชิงสิทธิ์ในการใช้งาน “สิ่งที่เราต้องไม่ลืมคือ ลามีนยังเป็นเด็กคนหนึ่ง เขามีศักยภาพมหาศาล

ฮันซี่ ฟลิค ยอมรับควรจัดการกับสถานการณ์ มาร์ก-อันเดร แทร์ ชเตเก้น

ฮันซี่ ฟลิค เฮดโค้ชของบาร์เซโลน่า ออกมายอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า เขาควรจัดการกับสถานการณ์ของมาร์ก-อันเดร แทร์ ชเตเก้น ผู้รักษาประตูมือหนึ่งของทีมให้ดีกว่าที่เกิดขึ้นในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา หลังจากมีข่าวลือว่าทั้งสองฝ่ายมีความเข้าใจผิดกันในเรื่องของการสื่อสารและการบริหารจัดการเวลาในช่วงปรีซีซั่น จนทำให้เกิดความตึงเครียดเล็กน้อยภายในทีม การออกมายอมรับของฟลิคครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณที่ดีในเชิงความสัมพันธ์ระหว่างโค้ชและนักเตะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อแทร์ ชเตเก้นถือเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่มีอิทธิพลมากที่สุดในห้องแต่งตัวของบาร์เซโลน่า และเป็นผู้นำทั้งในสนามและนอกสนามมาตลอดหลายฤดูกาลที่ผ่านมา การพูดอย่างเปิดเผยของกุนซือชาวเยอรมันจึงได้รับการชื่นชมจากทั้งแฟนบอลและสื่อในสเปน ที่มองว่าเป็นการแสดงถึงความเป็นมืออาชีพและความรับผิดชอบในบทบาทผู้นำทีมอย่างแท้จริง เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงที่บาร์เซโลน่าเริ่มต้นการเตรียมทีมสำหรับฤดูกาลใหม่ภายใต้การคุมทีมของฮันซี่ ฟลิค ที่เพิ่งเข้ามารับตำแหน่งแทนชาบี เอร์นานเดซ ขณะนั้นแทร์ ชเตเก้นยังอยู่ในช่วงพักฟื้นหลังจากเข้ารับการผ่าตัดรักษาอาการบาดเจ็บที่หลังในปลายฤดูกาลก่อน ทำให้ไม่สามารถเดินทางร่วมทีมไปทัวร์ปรีซีซั่นที่สหรัฐอเมริกาได้ อย่างไรก็ตาม มีรายงานจากสื่อเยอรมันว่า ฟลิคต้องการให้แทร์ ชเตเก้นมีส่วนร่วมในแคมป์ฝึกซ้อมมากกว่าที่เกิดขึ้น เพื่อสร้างความต่อเนื่องและบรรยากาศการทำงานร่วมกันภายในทีม ขณะที่ฝั่งของนักเตะและทีมแพทย์มองว่าควรให้ผู้รักษาประตูรายนี้พักรักษาอาการอย่างเต็มที่ก่อนกลับมาซ้อม ซึ่งความเห็นที่ไม่ตรงกันนี้เองทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนระหว่างทั้งสองฝ่าย ล่าสุด ฟลิคได้ออกมาเปิดใจถึงเรื่องนี้กับ Sport Bild โดยกล่าวว่า “ผมต้องยอมรับว่าผมควรจัดการสถานการณ์ของมาร์กให้ดีกว่านี้ เรามีความเห็นต่างกันในเรื่องการเตรียมตัวสำหรับฤดูกาลใหม่ แต่ในฐานะโค้ช ผมควรเป็นฝ่ายสื่อสารให้ชัดเจนกว่านี้ เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิด เขาเป็นมืออาชีพและเป็นคนที่ผมเคารพอย่างมาก” กุนซือชาวเยอรมันวัย 59 ปียังกล่าวต่อว่า

น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ประกาศตัว จอห์น วิคเตอร์

น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ สโมสรในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประกาศคว้าตัว จอห์น วิคเตอร์ นักเตะบราซิเลียนฝีเท้าจัดจ้านเข้าสู่ทีม ข่าวนี้สร้างความตื่นเต้นทั้งในหมู่แฟนบอลและสื่อมวลชน เพราะสะท้อนถึงความทะเยอทะยานของฟอเรสต์ที่จะไม่หยุดเพียงการดิ้นรนหนีตกชั้น แต่ต้องการพัฒนาทีมให้ยืนระยะในลีกสูงสุดอย่างมั่นคง โปรไฟล์และเส้นทางของจอห์น วิคเตอร์ จอห์น วิคเตอร์ เติบโตมาจากระบบเยาวชนในประเทศบราซิล ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งผลิตนักเตะที่เต็มไปด้วยพรสวรรค์ เขาเริ่มต้นอาชีพกับทีมท้องถิ่น ก่อนจะไต่เต้าสู่สโมสรใหญ่ในบ้านเกิดและโชว์ฟอร์มที่โดดเด่น เหตุผลที่ฟอเรสต์เลือกคว้าตัว 1. ความต้องการเพิ่มมิติการโจมตี ฟอเรสต์ในฤดูกาลก่อนมีปัญหาการจบสกอร์และการสร้างโอกาสจากริมเส้น การได้ผู้เล่นอย่างจอห์น วิคเตอร์เข้ามาช่วยเปิดเกมรุกจากด้านข้างถือเป็นคำตอบที่ชัดเจน 2. การลงทุนเชิงอนาคต อายุยังน้อยของเขาทำให้เป็นการลงทุนที่คุ้มค่า หากโชว์ฟอร์มได้ดี ฟอเรสต์อาจสร้างกำไรจากการขายในอนาคต หรือเก็บไว้เป็นกำลังหลักในระยะยาว 3. การสร้างสมดุลทีม การมีนักเตะที่เล่นได้ทั้งสองฝั่ง ช่วยให้ผู้จัดการทีมมีความยืดหยุ่นในการจัดแท็กติกมากขึ้น มิติแท็กติก : บทบาทของจอห์น วิคเตอร์ ในระบบ 4-2-3-1 เขาสามารถยืนเป็นปีกซ้ายหรือปีกขวา คอยลากเลื้อยและครอสบอลให้กองหน้าตัวเป้า หรือหุบเข้ามายิงเองได้ ในระบบ

คอสตาส ซิมิกาส แบ็กซ้ายลิเวอร์พูล ย้ายไปอยู่กับ โรม่า

ข่าวการที่ คอสตาส ซิมิกาส แบ็กซ้ายทีมชาติกรีซของลิเวอร์พูลตัดสินใจย้ายไปอยู่กับ อาแอส โรม่า ในกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี กลายเป็นประเด็นที่ทำให้แฟนบอลทั้งสองลีกจับตามอง การย้ายครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนเสื้อทีม แต่ยังเป็นการเปลี่ยนสภาพแวดล้อมจากพรีเมียร์ลีกที่รวดเร็วและเข้มข้น ไปสู่กัลโช่ เซเรีย อาที่เน้นแท็กติกและเกมรับอย่างละเอียด นี่คือโอกาสครั้งใหม่ที่ซิมิกาสจะได้พิสูจน์ตัวเอง และสำหรับโรม่า นี่คือการเสริมทัพที่สำคัญในตำแหน่งฟูลแบ็กที่พวกเขาต้องการมานาน โปรไฟล์และเส้นทางของคอสตาส ซิมิกาส ซิมิกาส เกิดที่เธสซาโลนิกิ ประเทศกรีซ เขาเริ่มต้นอาชีพกับ โอลิมเปียกอส สโมสรยักษ์ใหญ่ในกรีซ และแสดงให้เห็นถึงศักยภาพตั้งแต่อายุยังน้อย ก่อนจะถูกยืมตัวไปเล่นในลีกต่างแดนทั้งเดนมาร์กและเนเธอร์แลนด์เพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์ ปี 2020 ลิเวอร์พูลตัดสินใจคว้าตัวเขามาเสริมทีมในฐานะตัวเลือกสำรองของ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน แบ็กซ้ายตัวจริงของทีม ถึงแม้เขาจะไม่ได้ลงสนามต่อเนื่อง แต่ก็สร้างผลงานสำคัญไว้หลายครั้ง โดยเฉพาะการยิงจุดโทษตัดสินในรอบชิงชนะเลิศ เอฟเอ คัพ 2022 ที่ทำให้ลิเวอร์พูลคว้าแชมป์ เหตุผลที่ตัดสินใจย้ายไปโรม่า 1. ความต้องการโอกาสลงสนาม

บาร์เซโลน่า ต้องการควบคุมพัฒนาของ มาร์ก เบร์นาล

มาร์ก เบร์นาล บาร์เซโลน่าเป็นหนึ่งในสโมสรที่ทั่วโลกยกย่องเรื่อง การสร้างดาวรุ่งจากอะคาเดมีลามาเซีย (La Masia) ซึ่งเคยผลิตนักเตะระดับตำนานอย่าง ชาบี เอร์นานเดซ, อันเดรส อิเนียสต้า, เซร์คิโอ บุสเก็ตส์ และแน่นอน ลิโอเนล เมสซี่ วันนี้ชื่อใหม่ที่ถูกพูดถึงมากคือ มาร์ก เบร์นาล กองกลางดาวรุ่งที่ได้รับการจับตามองว่าอาจเป็นเสาหลักในอนาคต การที่บาร์เซโลน่าต้องการควบคุมพัฒนาของเขาไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นการวางแผนอย่างจริงจัง เพื่อรักษาความต่อเนื่องในสไตล์การเล่นที่สโมสรภาคภูมิใจ โปรไฟล์ของมาร์ก เบร์นาล มาร์ก เบร์นาล เกิดในคาตาลุนญา และเติบโตขึ้นภายใต้ระบบของลามาเซียตั้งแต่อายุยังน้อย เขาเล่นในตำแหน่งกองกลางตัวรับหรือกองกลางเชื่อมเกม ซึ่งถือเป็นตำแหน่งที่มีความสำคัญยิ่งในระบบของบาร์เซโลน่า เหตุผลที่บาร์ซ่าต้องการควบคุมพัฒนา มิติแท็กติก : บทบาทของเบร์นาลในสนาม บาร์เซโลน่าใช้ระบบที่ยึดหลักการครองบอลและการเคลื่อนที่เป็นทีม กองกลางตัวรับคือผู้ที่คอย “เชื่อมจังหวะ” ระหว่างแนวรับและแนวรุก การฝึกให้เบร์นาลเข้าใจแท็กติกเหล่านี้ตั้งแต่เยาว์วัย เป็นการเตรียมความพร้อมให้เขากลายเป็นหัวใจใหม่ของแดนกลางบาร์ซ่า วัฒนธรรมลามาเซียและความต่อเนื่อง การปั้นดาวรุ่งไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับบาร์ซ่า แต่เป็นวัฒนธรรมที่หยั่งรากลึก ลามาเซียคือ

ซาอุดิ โปร ลีก : การก้าวกระโดดของฟุตบอลตะวันออกกลาง

โลกฟุตบอลได้เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในตะวันออกกลาง และหัวใจสำคัญของการเปลี่ยนแปลงนี้คือ ซาอุดิ โปร ลีก (Saudi Pro League) ลีกสูงสุดของซาอุดิอาระเบียที่กำลังทุ่มทุนมหาศาลเพื่อดึงดูดซูเปอร์สตาร์จากยุโรปและอเมริกาใต้เข้ามา จากลีกที่เคยถูกมองข้าม กลายเป็นหนึ่งในลีกที่สื่อทั่วโลกพูดถึงมากที่สุดในปัจจุบัน และทำให้ซาอุดิ โปร ลีกถูกยกให้เป็น “โปรเจกต์แห่งชาติ” ที่ไม่ได้มีแค่ฟุตบอล แต่ยังรวมถึงเศรษฐกิจ การเมือง และภาพลักษณ์ระดับโลก ประวัติศาสตร์และการก่อตั้ง ซาอุดิ โปร ลีกก่อตั้งขึ้นในปี 1976 ภายใต้ชื่อ Saudi Premier League ก่อนจะเปลี่ยนชื่อเป็น Saudi Professional League ในปี 2008 จุดเริ่มแรกเป็นเพียงลีกท้องถิ่นที่มีการแข่งขันระหว่างสโมสรไม่กี่ทีม แต่ค่อย ๆ เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ ทีมยักษ์ใหญ่ดั้งเดิมอย่าง อัล-ฮิลาล, อัล-อิตติฮัด, อัล-นาเซอร์ และอัล-อาห์ลี ถือเป็นสโมสรที่แบกรับความนิยมมานาน